วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

เชื้อสายจากอับราฮัมถึงชาติอิสราเอล 5

37:1-50:26 ครอบครัวยาโคบอพยพไปอียิปต์
ภาพที่ 1
Jacob Giving Joseph the Coat of Many Colors
โยเซฟถูกขายเป็นทาสไปยังอียิปต์ (37:1-36)

พระเจ้าได้ทรงสำแดงให้อับราฮัมแล้วว่า พงศ์พันธุ์ของท่านจะอยู่ภายใต้การปกครองของคนต่างชาติ จนกว่าความชั่วลามกของคานาอันถึงขนาดที่พระองค์อดกลั้นพระทัยไม่ไหวอีกต่อไป จึงทรงใช้อิสราเอลโจมตียึดครองเป็นกรรมสิทธิ์ (ปฐก. 15:13-16) เรื่องราวของโยเซฟแสดงให้เห็นว่า เหตุการณ์ได้ดำเนินไปเรื่อย ๆ มุ่งสู่จุดหมายปลายทางที่พระเจ้าทรงกล่าวไว้แก่อับราฮัม

ในบรรดาบุตรชายของยาโคบ โยเซฟเป็นคนที่บิดารักมากที่สุดเป็นเหตุที่พวกพี่ชายไม่ชอบเขา และยิ่งไม่ชอบเมื่อโยเซฟเล่าความฝันให้พวกเขาฟังทำนองว่า สักวันหนึ่งโยเซฟจะมีอำนาจเหนือพวกพี่ทั้งหมด (37:1-11) พวกพี่จึงมุ่งจะฆ่าเขา แต่รูเบนช่วยชีวิตไว้ (12-24) พวกพี่ยังไม่หมดความตั้งใจที่จะทำร้ายโยเซฟ จึงขายไปให้พวกพ่อค้าที่นำเขาไปอียิปต์ โยเซฟจึงได้กลายเป็นทาสไปทำงานให้โปทิฟาร์ ขุนนางคนหนึ่งของฟาโรห์ (25-36)

ยูดาห์และการลำดับเชื้อสายของเขา (38:1-30)

ขณะที่โยเซฟอยู่อียิปต์ พี่น้องที่อยู่คานาอันก็มีปัญหาด้วย ยูดาห์บุตรคนที่สี่ของยาโคบมีบุตรสามคน คนหัวปีแต่งงานกับนางทามาร์ ยังไม่ทันมีบุตร สามีก็มาตายไปเสียก่อน ตามธรรมเนียมยูดาห์จะให้บุตรชายคนที่สองชื่อโอนันสมสู่กับแม่ม่ายทามาร์เพื่อนางจะได้มีบุตร ซึ่งจะถือกันว่าเป็นบุตรสืบเชื้อสายของพี่คนหัวปีที่ตายไปนั้น แต่โอนันไม่ยอมทำ ถ้าใครจะมีบุตรกับเขา เขาต้องการให้เป็นบุตรของเขาเอง ไม่ใช่ของพี่ชาย แต่แล้วเขาก็ไม่ได้อะไร เพราะมาตายลงเสียก่อน (38:1-10)

ยูดาห์ข้องใจว่าทามาร์นำโชคร้ายมาสู่ครอบครัวเขา เป็นเหตุให้บุตรชายเสียชีวิตไปสองคนแล้ว จึงไม่ยอมให้บุตรคนที่สามแก่นาง เกรงว่าจะเสียชีวิตไปอีกคนและยูดาห์จะไม่มีผู้สืบเชื้อสายต่อไป ทามาร์จึงคิดแค้นเคืองยูดาห์ จึงปลอมตัวเป็นโสเภณี ล่อยูดาห์ให้หลงไหลโดยยูดาห์ไม่รู้ว่าโสเภณีผู้นั้นเป็นใคร (11-19) ต่อมานางตั้งครรภ์ ยูดาห์ไม่สืบถามว่านางตั้งครรภ์กับใคร เพราะเห็นเป็นโอกาสดีที่จะกล่าวโทษนางว่าเป็นคนชั่ว ปัญหาครอบครัวจะได้หมดสิ้นไปเสียที เมื่อทามาร์เผยความจริง ยูดาห์ก็ไม่สามารถทำอะไรแก่นางได้ (20-26)

นางทามาร์คลอดบุตรชายฝาแฝด ความสำคัญของเรื่องนี้เกี่ยวกับบุตรที่คลอดก่อนชื่อเปเรศ ซึ่งมีเชื้อสายสืบต่อไปถึงกษัตริย์ดาวิด และในที่สุดสืบต่อไปถึงพระเยซูคริสต์ พระเมสสิยาห์ของอิสราเอล (27-30; ดู มธ. 1:3,6,16 ลก. 3:23,31,33)
ภาพที่ 2
Joseph's Journey
โยเซฟขึ้นสู่ตำแหน่งสูงในอียิปต์ (39:1-41:57)

เรื่องย้อนกลับกล่าวถึงโยเซฟอีก เขาทำงานรับใช้อย่างน่าไว้ใจจนโปทิฟาร์ตั้งให้เป็นผู้ดูแลงานในบ้าน (39:1-6) เมื่อภรรยาของเจ้านายยั่วยวนให้โยเซฟหลงรักนาง โยเซฟไม่ยอมเด็ดขาด ทำให้นางใส่ร้ายซึ่งเป็นเหตุที่โยเซฟถูกจำคุก (7-20) แต่แล้วเขาประพฤติตนอย่างไม่มีข้อตำหนิ ทำให้ได้รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลการงานต่าง ๆ (21-23)

ในพวกนักโทษมีเจ้าหน้าที่ของฟาโรห์สองคน (40:1-4) คืนวันหนึ่งทั้งสองมีความฝันที่เขาคิดว่าเป็นลาง เมื่อเล่าให้โยเซฟฟัง โยเซฟบอกว่า ภายในสามวันคนหนึ่งจะถูกปล่อยและกลับไปสู่ตำแหน่งเดิมส่วนอีกคนหนึ่งจะถูกประหารชีวิต (5-19) เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นตามที่โยเซฟบอก แต่คนที่กลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมไม่ได้ระลึกถึงความทุกข์ยากของโยเซฟ ไม่ได้ทูลฟาโรห์ตามที่รับปากไว้ (20-23; ดูข้อ 14-15)

เวลาได้ผ่านพ้นไปสองปี มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฟาห์โรมีความฝันที่น่าข้องใจ แต่ไม่มีใครแก้ฝันได้ ในที่สุดเจ้าหน้าที่ที่เคยอยู่คุกได้บอกฟาโรห์เรื่องโยเซฟ (41:1-13) โยเซฟได้แก้ฝันว่า อียิปต์จะมีเจ็ดปีแห่งความอุดมสมบูรณ์ทางเกษตรกรรม หลังจากนั้นก็จะมีเจ็ดปีแห่งการกันดารอาหาร (14-32) โยเซฟเสนอโครงการที่จะช่วยอียิปต์ ไม่ให้เสียหายมากเกินไป แต่ให้รอดจากภัยได้ (33-36)

ฟาโรห์ยอมน้อมเคารพพระเจ้าบ้างเล็กน้อย และยกโยเซฟขึ้นให้เป็นผู้ดูแลการงานทั่วประเทศ มีตำแหน่งรองกษัตริย์ เปรียบเหมือนเป็นอุปราช (37-44; ดู 42:6) เวลาทั้งหมดที่โยเซฟเป็นทาสและนักโทษรวม 13 ปี (ข้อ 46; เปรียบดู 37:2) เป็นเวลาที่พระเจ้าทรงเตรียมโยเซฟไว้สำหรับการอันใหญ่ยิ่งขึ้น ท่านได้ผ่านประสบการณ์มากมายให้มีความอดทน บังคับตนให้ประพฤติถูกต้อง รู้จักใช้สติปัญญา และรู้จักพึ่งพาไว้วางใจพระเจ้าเสมอ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยท่านในการปกครองอียิปต์ ท่านได้แต่งงานกับหญิงชาวอียิปต์ และมีบุตรชาย 2 คน (45-52) เมื่อถึงเวลากันดารอาหาร มีอียิปต์เท่านั้นที่เตรียมสำรองอาหารไว้ใช้ คนประเทศไกลและใกล้ไปอียิปต์เพื่อซื้อข้าว (53-57)


ภาพที่ 3

Joseph and His Brothers
โยเซฟกับพี่น้อง (42:1-45:28)

เมื่อพวกพี่ของโยเซฟไปซื้อข้าวในอียิปต์ โยเซฟจำหน้าเขาได้ แต่พวกเขาจำโยเซฟไม่ได้ (42:1-8) โยเซฟไม่บอกทันทีว่าเป็นใคร แต่อยากจะทราบว่าจิตใจของเขาเปลี่ยนแปลงหรือไม่ มิใช่ท่านคิดอาฆาตแต่อย่างใด ท่าทางแข็งกร้าวของท่านไม่ใช่เพราะท่านโกรธพี่ แต่เพราะท่านอยากให้พวกเขาตรวจดูจิตใจของตน การกระทำของโยเซฟเริ่มมีผลเมื่อพวกพี่ยอมรับผิดต่อกันที่ได้ขายน้องเมื่อหลายปีก่อน (9-25) เหตุการณ์ต่อไปก็ย้ำให้รู้ว่า พระเจ้ากำลังตีสอนพวกเขา (26-28)

พวกพี่กลับคานาอันโดยตั้งใจจะทำดี แต่เมื่อบอกยาโคบเรื่องสิ่งที่โยเซฟสั่งไว้ ยาโคบไม่อยากทำ (29-38) เมื่อการกันดารอาหารรุนแรงขึ้น ยาโคบรู้ว่าพวกบุตรชายจะต้องไปอียิปต์อีก และท่านจะต้องยอมให้พาเบนยามินไปด้วย ขณะที่พวกบุตรชายเริ่มจะแสดงความเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจ แทนที่จะขัดแย้งชิงดีกันก็มีความเห็นใจซึ่งกันและกัน (43:1-14) พวกเขายังเกรงกลัวโยเวฟ (15-23) ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรที่จะปิดบังไว้ต่อหน้าท่านได้ (24-34)

มีการทดลองใจครั้งสุดท้าย โยเซฟวางแผนซึ่งคล้ายคลึงกับเหตุการณ์คราวที่ท่านเองได้ถูกขายไปเป็นทาส ท่านได้แกล้งกล่าวใส่ร้ายว่าเบนยามินน้องคนเล็กขโมยของไป และจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตทั้งนี้เพื่อจะดูว่า พวกพี่จะตัดสินใจอย่างไรกับน้องคนเล็ก (44:1-17) พวกพี่จะเอาตัวรอดโดยละทิ้งน้องให้รับกรรมแต่ลำพังก็ได้ แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้กระทำเช่นนั้น เขาก็รู้ดีว่าพระเจ้าทรงตีสอนพวกเขาเพราะการกระทำร้ายต่อโยเซฟ ยูดาห์สมัครรับโทษแทนเบนยามิน เพื่อบุตรสุดที่รักของบิดาจะพ้นคดีเป็นอิสระ (18-34)

โยเซฟทราบแน่แล้วว่า พวกพี่กลับใจเปลี่ยนแปลงนิสัยโดยไม่ต้องสงสัย เมื่อพวกเขารับผิดเองแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่โยเซฟจะกล่าวโทษอีกท่านปลอบโยนโดยชี้ให้เห็นว่าตลอดยี่สิบกว่าปีนั้นพระเจ้าทรงคุ้มครองพวกเขา จึงส่งโยเซฟไปอียิปต์ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้พลไพร่ของพระองค์สูญเสียไปเนื่องจากการกันดารอาหาร (45:1-8) โยเซฟกล่าวอีกว่าการกันดารอาหารนี้จะมีต่อไปอีกห้าปี เขาจึงควรนำยาโคบกับครอบครัวทั้งหมดอพยพจากคานาอันมาอาศัยอยู่ในอียิปต์ (9-15)

ฟาโรห์สนับสนุนคำชวนเชิญของโยเซฟ ทั้งให้พาหนะเพื่อช่วยในการขนย้าย (16-20) พวกพี่จึงพากันกลับคานาอัน พร้อมด้วยข้าวของมากมาย และบอกยาโคบถึงเรื่องทั้งหมด (21-28)



หน้า 52-56 คู่มืออธิบายพระคัมภีร์ เล่ม 1 ปฐมกาล - เฉลยธรรมบัญญัติ. ชื่อผู้แต่ง : ดอน เฟล็มมิ่ง

update 30-09-2555 07:30